ในยุคที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการเติบโตอย่างก้าวกระโดดพฤติกรรมของผู้บริโภคได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เราอาจจะเคยชินกับห้องพักที่ประกอบไปด้วยเตียงนอนหนานุ่มผ้าปูสีขาวสะอาดตาและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่สิ่งที่ขาดหายไปในธุรกิจการบริการแบบเดิมคือมิติของอารมณ์ความรู้สึกและความผูกพันกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ทำให้เกิดแนวคิดใหม่ที่ว่านักเดินทางในยุคดิจิทัลไม่ได้มองหาเพียงแค่สถานที่ซุกหัวนอนในช่วงเวลากลางคืนอีกต่อไปแล้ว สิ่งที่กลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่โหยหาคือเรื่องราวและแรงบันดาลใจที่จะช่วยเติมเต็มคุณค่าให้กับการเดินทาง ดังนั้นการนำเอาองค์ประกอบของงานศิลปะเข้ามาผสานกับการบริการอย่างเป็นระบบจึงกลายเป็นคำตอบที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล
การเลือกโรงแรมในปัจจุบันจึงเปรียบเสมือนการเลือกเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูดี นี่คือกลไกเปลี่ยนเกมที่เปลี่ยนสินค้าบริการขั้นพื้นฐานให้กลายเป็นสินค้าเชิงประสบการณ์ที่มีมูลค่าสูง
งานศึกษาชี้ชัดว่าการได้สัมผัสงานศิลปะที่มีคุณภาพช่วยกระตุ้นการหลั่งสารแห่งความสุขและสร้างความผ่อนคลายอย่างลึกล้ำ ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่ ลูกค้าที่ได้รับประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมยินดีที่จะใช้เวลาและจ่ายเงินซื้อบริการเสริมต่างๆ ภายในโรงแรมมากขึ้น
สิ่งที่เราจ่ายเงินซื้อไม่ใช่เพียงแค่เมล็ดกาแฟหรือคาเฟอีนแต่คือบรรยากาศภาพลักษณ์และรสนิยมที่รายล้อมอยู่ ความคุ้มค่าในใจของผู้บริโภคไม่ได้ถูกวัดด้วยตารางเมตรของห้องพักอีกต่อไปแต่ถูกวัดด้วยความประทับใจ
การเปิดใจต้อนรับความคิดสร้างสรรค์และศาสตร์แห่งศิลปะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอขององค์กรคือคำตอบ และนี่คืออาวุธลับทางการตลาดที่จะช่วยเปลี่ยนห้องพักธรรมดาให้กลายเป็นเครื่องจักรปั้นเงินล้านที่พร้อมเติบโตอย่างมั่นคงท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่